ผ่าตัดแปลงเพศ (หญิงเป็นชาย)

ค่ารักษา

จากใจผู้ใช้บริการ

ผ่าตัดแปลงเพศ (หญิงเป็นชาย)

เปิดหมดเปลือก  “จิ๊บ - ญาณิชา” ผู้ชายข้ามเพศสุดแซ่บในยุคนี้

“จิ๊บว่าทุกคนน่าจะรู้อยู่ในใจอยู่แล้วว่าเราชอบอะไร ต้องการอะไร แค่ตัดปัจจัยอย่างอื่นออกไป ก็ไม่น่าจะมีใครลังเลอะไรนะ สำหรับ คนที่อยากทำแบบนี้ อยากเป็นทรานส์ ก็คงต้องให้เขาถามใจตัวเอง ไม่ต้องคิดเรื่องอื่น ไม่ต้องคิดถึงคนอื่นว่าจะมองยังไง แค่ลองถามตัวเองดู”

       จิ๊บรู้ตัวว่าอยากเป็นผู้ชายมาตั้งแต่เด็ก เริ่มตั้งแต่ ป.1 เราชอบเล่นกับเพื่อนผู้ชาย ใจเราอ่ะคิดว่าเราเป็นผู้ชายมาตลอด แต่ตอนนั้นยังไว้ผมยาวอยู่เลย เราไม่รู้ด้วยว่า “ทอม” คืออะไร รู้แค่ว่าเราไม่ชอบเล่นกับผู้หญิง ถ้าถามว่าทางบ้านเลี้ยงดูเรามาให้เป็นแบบนี้รึเปล่า จิ๊บว่าไม่เกี่ยวนะ เพราะที่บ้านเขาปลูกฝังให้เราเป็นผู้หญิงด้วยซ้ำ พอเริ่มโต เรารู้สึกว่าทางบ้านบังคับเราไม่ได้แล้ว เราก็เลยตัดผม จากนั้นก็ตัดผมสั้นมาตลอด จิ๊บมีแฟนเป็นผู้หญิงมาตั้งแต่ ม.ต้น คือเรารู้สึกชอบผู้หญิง ส่วนผู้ชายเราก็ไม่เคยชอบแบบแนวนั้นเลย เราชอบได้แบบเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง เท่านั้น!!! ตอนนั้นเราเรียกตัวเองว่าเป็นเพศทอม แต่พอเริ่มมีความรู้เรื่องทางการแพทย์มากขึ้น ศึกษาจากเว็บเมืองนอกเพิ่ม เติม เราเลยรู้สึกว่า เราอยากข้ามไปเป็น “ทรานส์แมน (Transman)”

 

 

       เมื่อกายเป็นหญิงแต่ใจเป็นชาย “การผ่าตัดแปลงเพศ” จะสร้างฝันของคุณให้เป็นจริง ให้คุณเป็นชายที่สมบูรณ์แบบ ทั้งกายและใจตามแรงผลักดันธรรมชาติในตัวคุณ                            

        การผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชายในปัจจุบันถือเป็นการผ่าตัดที่มีการพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและก้าวหน้ามาจนปัจจุบันนี้สามารถทำการผ่าตัดได้ผลดี ได้อวัยวะเพศชายที่ต้องการใกล้เคียงกับจุดประสงค์ในอุดมคติ แต่ทั้งนี้การผ่าตัดต้องทำโดยแพทย์ที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ในการ   

        โดยทั่วไปแนวทางในการดูแลผู้ป่วยที่มีการรับรู้เพศผิดปกติ (Gender identity disorder : GID) นั้นมีแนวทางที่เป็นมาตรฐานทั่วโลก โดยอาศัยแนวทางของ WPATH เป็นหลัก เช่นเดียวกับที่โรงพยาบาลยันฮี และทีมแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยกลุ่มนี้ โดยเริ่มต้นจากการวินิจฉัยผู้ป่วยเพื่อแยกกลุ่มผู้ป่วยอื่น ๆ ออกจากกลุ่มผู้ป่วย GID โดยแพทย์ผู้ทำหน้าที่วินิจฉัยผู้ป่วยนั้นจะเป็นหน้าที่ของจิตแพทย์ซึ่งตามกฎหมายไทยกำหนดให้จิตแพทย์ 2 ท่าน ทำการตรวจและวินิจฉัยและออกใบรับรองผ่าตัดให้กับผู้ป่วยในกรณีที่เห็นว่าการผ่าตัดแปลงเพศจะเป็นวิธีการรักษาผู้ป่วยที่ดีที่สุดแล้วจึงส่งผู้ป่วยให้ศัลยแพทย์ผ่าตัดทำการรักษาต่อไป 

        ตามมาตรฐานการดูแลผู้ป่วยนั้น นอกเหนือจากการวินิจฉัยแล้ว ความพร้อมสำคัญที่จะต้องนำมาประกอบการพิจารณาความเหมาะสมในการผ่าตัดยังประกอบด้วยลักษณะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ด้วยได้แก่ 

        1. มีความรู้สึกอยากเป็นชายตั้งแต่จำความได้

        2. เคยใช้ชีวิตเป็นชายอย่างสมบูรณ์อย่างมีความสุขและไม่มีความกดดันใด ๆ รวมทั้งได้รับการยอมรับจากบุคคลรอบข้างเป็นอย่างดี

        3. ได้ใช้ชีวิตแบบชายติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนานกว่า 1 ปีขึ้นไป อย่างเต็มเวลา 

        4. ได้รับฮอร์โมนเพศชายมามากกว่า 1 ปี ในรายที่ต้องการผ่าตัดอวัยวะเพศหญิงที่สำคัญ เช่น ตัดมดลูก, รังไข่ 

        5. ได้รับการประเมินจากจิตแพทย์แล้วอย่างน้อย 2 ท่านและไม่มีข้อห้ามใด ๆ ต่อการผ่าตัด 

        หลังจากผ่านหัวข้อต่างข้างต้นและผู้ป่วยพร้อมที่จะรับการผ่าตัดแล้ว ผู้ป่วยมีความจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับการผ่าตัดโดยมีหัวข้อที่สำคัญที่ต้องพิจารณาได้แก่ 

         1. ผู้ป่วยต้องมีอายุอย่างน้อย 20 ปีบริบูรณ์ แต่หากมีอายุน้อยกว่านั้นมีความจำเป็นต้องมีจดหมายรับรองจากผู้ปกครองเพื่อยินยอมการผ่าตัดทุกราย

         2. ควรได้รับการตรวจร่างกายและตรวจสุขภาพอย่างละเอียด และชัดเจน เพื่อประเมินความพร้อมของร่างกายและแก้ไขโรคที่ตรวจพบก่อนการผ่าตัด

         3. ควรหยุดฮอร์โมนอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ก่อนการผ่าตัด และหยุดการสูบบุหรี่อย่างน้อย 3 เดือน และในกรณีที่ต้องการรับการผ่าตัดขั้นที่ 2 และ 3 จำเป็นต้องหยุดการสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด 100%

        4. ในกรณีที่มีโรคประจำตัวหรือใช้ยาอื่นใดมาก่อน รวมทั้งอาหารเสริม มีความจำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบล่วงหน้า เพื่อรับคำแนะนำเรื่องการหยุดยา หรือเปลี่ยนยาให้เหมาะสมหรือต้องรับการรักษาก่อนการผ่าตัด

        5.  ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 6 ชั่วโมง

        6. การผ่าตัดในขั้นที่ 3 มีความจำเป็นต้องเข้าพักในโรงพยาบาลก่อนการผ่าตัดอย่างน้อย 1-2 วันเพื่อเตรียมพร้อมการผ่าตัด เช่น การล้างลำไส้ การตรวจสุขภาพ การเตรียมเลือดก่อนการผ่าตัด การจองห้องผ่าตัด การเตรียมทีมผ่าตัด เป็นต้น

        ขั้นตอนในการผ่าตัดแปลงเพศที่โรงพยาบาลยันฮี 

        การผ่าตัดแปลงเพศจากหญิงเป็นชายประกอบด้วยการผ่าตัด 3 ขั้นตอน ดังนี้ 

        ขั้นตอนที่ 1 : การผ่าตัดเอาเต้านมออก ร่วมกับการตัดมดลูกและรังไข่ออก (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก)

        ขั้นตอนที่ 2 : การผ่าตัดปิดช่องคลอดร่วมกับการยืดท่อปัสสาวะ การสร้างท่อปัสสาวะที่ท้องแขนโดยใช้ผิวหนังบริเวณสะโพก (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก)

        ขั้นตอนที่ 3 : การผ่าตัดสร้างอวัยวะเพศด้วยเนื้อเยื่อที่ท้องแขนและสร้างถุงอัณฑะโดยใช้เนื้อเยื่อจากแคมใหญ่ (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก)

        การผ่าตัดเป็นหลายขั้นข้างต้น เป็นการผ่าตัดที่ได้ผลค่อนข้างดีเนื่องจากผู้ป่วยมีเวลาเตรียมตัวและเตรียมเนื้อเยื่อให้หายสนิทก่อนการผ่าตัดขั้นต่อไป และยังสามารถให้ผู้ป่วยได้เลือกการผ่าตัดได้ด้วยตนเองว่าจะเปลี่ยนแปลงร่างกายไปมากน้อยเพียงใด เนื่องจากผู้ป่วยแต่ละรายมีความต้องการเปลี่ยนแปลงร่างกายเป็นชายไม่เหมือนกัน บางรายต้องการเปลี่ยนเฉพาะบางส่วนเท่านั้นก็มีความพอใจแล้ว แต่บางรายต้องการเปลี่ยนแปลงแบบสมบูรณ์ทุกอวัยวะก็สามารถจะเลือกได้ แต่ละขั้นตอนตั้งแต่ขั้นที่ 1 ถึง 3 จะทิ้งช่วงเวลาประมาณ 3-6 เดือน

       การผ่าตัดแปลงเพศนั้นเป็นการผ่าตัดที่เปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งชีวิตของผู้ป่วยให้สมบูรณ์ตามที่ผู้ป่วยต้องการ แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยจะมีความสุขหลังการผ่าตัดได้เมื่อผลการผ่าตัดเปลี่ยนแปลงร่างกายและอวัยวะต่างๆ ที่ได้หลังการผ่าตัดนั้นมีความสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติ ปราศจากผลข้างเคียงที่รุนแรง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อได้รับการรักษาจากทีมแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญและประสบการณ์เพียงพอ รวมทั้งมีทีมดูแลผู้ป่วย ทีมพยาบาล ทีมแพทย์สาขาต่าง ๆ ช่วยเหลือ และโรงพยาบาลมีเครื่องมือที่ทันสมัย 

       โรงพยาบาลยันฮี ได้จัดให้มีทีมพยาบาลพิเศษประจำตัวผู้ป่วยทุกรายที่เลือกรับการผ่าตัดแปลงเพศในโรงพยาบาล โดยเป็นทีมพยาบาลที่ผ่านการอบรมและมีความรู้เฉพาะการดูแลผู้ป่วยโรคนี้ (Nurse coordinator team) เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยทั้งก่อนผ่าตัด หลังผ่าตัด และให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยในปัญหาต่างๆ ทั้งนี้โดยหวังให้ผู้ป่วยประสบผล
สำเร็จในการรับการผ่าตัดแปลงเพศและสามารถใช้ชีวิตหลังการรักษาได้อย่างสมบูรณ์ทั้งกายและใจ

  

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ผ่านช่องทางไลน์ >>เพิ่มเพื่อน