เสริมหน้าอก โรงพยาบาลยันฮี

จากใจผู้ใช้บริการ

เสริมหน้าอก โรงพยาบาลยันฮี

         เมื่อวันก่อนหมอได้อ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งซึ่งลงข่าวสำรวจความคิดเห็นของผู้ชายที่มีต่อรูปร่างของผู้หญิงว่าส่วนใดของร่างกายสตรีที่คุณผู้ชายชอบมองเป็นอันดับแรก ผลออกมาพบว่าหน้าอกผู้หญิงเป็นอวัยวะส่วนแรกสุดที่ผู้ชายปัจจุบันนี้นิยมมอง (อย่าหาว่าผู้ชายทะลึ่งเลยครับ แต่ความจริงมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ)

        ทั้งนี้เนื่องจากหน้าอกที่ดูดี ขนาดพอเหมาะ (ไม่ใช่ใหญ่โตมโหฬารเกินไป) เป็นสิ่งที่มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามมากทีเดียวครับ ผู้หญิงที่มีหน้าอกเล็กจึงมักจะมีปัญหาเมื่อต้องออกสังคม ทำให้ขาดความมั่นใจพอสมควร รวมทั้งความรู้สึกเป็นหญิงก็ดูจะลดน้อยลงไปบ้างไม่มากก็น้อย ยิ่งสมัยนี้การแต่งกายของสาว ๆ ดูออกจะหวือหวามากขึ้นกว่าในสมัยก่อน มีทั้งสายเดี่ยว ไร้สาย รวมทั้งเกาะอกสารพัด หากสาวใดต้องการจะแต่งตัวตามแฟชั่นแต่ไม่มีสัดส่วนที่เหมาะสมแล้ว เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีโอกาสแต่งแบบที่ต้องการได้เลย คงได้แต่มองดูชาวบ้านด้วยความน้อยใจว่าทำไมหนอพระเจ้าจึงไม่ยุติธรรมให้หน้าอกเรามาน้อยเกินกว่าความต้องการเสียจริง ๆ

        ต่อไปนี้คุณไม่ต้องน้อยใจแล้วครับ เพราะในปัจจุบันนี้หมอศัลยกรรมตกแต่งสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้ โดยอาศัยการผ่าตัดเสริมหน้าอกเข้ามาช่วย เพื่อเพิ่มเติมส่วนที่ขาดหายไปให้ได้ขนาดและรูปร่างตามที่คุณต้องการได้

        แต่ก่อนที่คุณจะตัดสินใจเสริมหน้าอก หมอจะแนะนำให้คุณเข้าใจในเรื่องต่าง ๆ ของการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมหน้าอกสวยซะก่อนนะครับ

         การผ่าตัดเสริมนม นั้นมีวิวัฒนาการมานานนับสิบ ๆ ปีแล้วครับ ในอดีตเคยมีการใช้สารแปลกปลอมชนิดต่าง ๆ ฉีดเข้าไปในหน้าอกเพื่อเพิ่มขนาด เริ่มตั้งแต่การใช้น้ำมันพาราฟิน ซิลิโคนเหลว เป็นต้น ซึ่งผลการฉีดในระยะแรก ๆ ก็ดูเป็นที่น่าพอใจสำหรับคนมีหน้าอกน้อย แต่พบว่าเมื่อเวลาผ่านไปจะเกิดผลข้างเคียงสารพัดอย่าง ทั้งการอักเสบ ทั้งการไหลของสารซิลิโคนเหลวหรือน้ำมันพาราฟินไปสู่บริเวณอื่น ๆ จนเกิดการผิดรูป บิดเบี้ยว หรือเป็นก้อนแข็งที่เต้านม บางครั้งเกิดการเน่าเฟะตามมา และต้องทำการผ่าตัดเต้านมออกทั้งหมด ดังนั้น สารดังกล่าวจึงถือเป็นสารต้องห้ามสำหรับการฉีดเพื่อเสริมหน้าอกในปัจจุบันไปแล้ว (แต่ความจริงในประเทศไทยเราก็ยังมีการแอบใช้น้ำมันเหล่านี้ฉีดให้กับสาวที่ไม่รู้เรื่องและหลงไปเป็นเหยื่ออยู่ประปราย)

         ปัจจุบันนี้วิธีการเพิ่มขนาดหน้าอกที่เป็นที่ยอมรับกันและมีผลข้างเคียงน้อยก็คือ การเสริมหน้าอกด้วยถุงนมเทียม หรือที่เรียกว่า เสริมหน้าอกด้วยถุงซิลิโคน ด้วยวิธีการผ่าตัดนั่นเอง วิธีการผ่าตัดชนิดนี้มีมาหลายสิบปีแล้ว พร้อมด้วยวิวัฒนาการที่ก้าวหน้าเกี่ยวกับถุงนมเทียมและเทคนิคการผ่าตัดมาเป็นลำดับ หากสาวใดที่มีปัญหาหน้าอกเล็ก หรือหน้าอกคล้อยหย่อน โดยเฉพาะหลังจากการมีบุตรหลายคน หน้าอกที่เคยเต่งตึงกลับเหี่ยวเล็กลงอย่างหน้าใจหายแล้วละก็ วิธีนี้น่าจะเป็นทางออกอีกทางหนึ่งเพื่อแก้ไขสภาพดังกล่าวให้ทรวดทรงกลับมาดูดีขึ้นได้

        ทีนี้คุณก็ทราบแล้ว การเสริมหน้าอกด้วยถุงนมเทียม หรือถุงซิลิโคนนั้นเป็นวิธีที่ได้ผลดี และปลอดภัย ดังนั้นคุณอย่าได้หลงเชื่อไปฉีดสารแปลกปลอมอื่นใดเป็นอันขาด

        เอาล่ะ เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเสริมหน้าอก สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือ ไปโรงพยาบาลที่มีศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำปรึกษา คุณผู้หญิงจะต้องไปพูดคุยและรับการตรวจกับศัลยแพทย์ตกแต่งเสียก่อน ทั้งนี้เพื่อจะได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการผ่าตัด การเลือกชนิดของถุงนมเทียม ลักษณะของแผลผ่าตัด และวิธีการดูแลย่างละเอียด รวมทั้งตรวจดูเต้านมเดิมว่ามีก้อน หรือลักษณะที่ผิดปกติหรือไม่ ทั้งนี้เพราะหากมีโรคของเต้านมที่เจ้าตัวยังตรวจไม่พบ แพทย์จะได้ทำการรักษาเสียก่อน เพื่อจะได้ไม่มีปัญหาไปตรวจเจอก้อนหลังจากการทำหน้าอกไปแล้ว หลังจากนั้นก็ต้องตรวจร่างกายเพื่อดูความพร้อมของร่างกายต่อการผ่าตัดว่าแข็งแรงพอไหม มีโรคประจำตัวอะไรบ้างที่เกี่ยวกับการดมยาสลบเพื่อผ่าตัด  และนอกจากนั้นหมอก็จะวัดขนาดของหน้าอกเดิมเพื่อประเมินขนาดของถุงนมเทียมที่เหมาะสมกับหน้าอกของคุณ (ใหญ่เกินไปหรือเล็กเกินไปก็ไม่สวยทั้งสองอย่าง ต้องได้ขนาดกำลังดีจริงไหมครับ)

         เมื่อกี้หมอพูดถึงการเลือกถุงนมเทียม หรือถุงซิลิโคน ใช่แล้วครับคุณต้องเลือก เพราะในปัจจุบันนี้ในท้องตลาดมีถุงซิลิโคนด้วยกัน 2 ชนิด คือ ชนิดที่บรรจุด้วยน้ำเกลือ และชนิดที่บรรจุด้วยซิลิโคน เจล ทั้งสองชนิดนี้เปลือกนอกเป็นซิลิโคนแผ่นนำมาเป่าขึ้นรูปเป็นทรงกลม ผิวนอกอาจจะเป็นผิวเรียบสนิท หรืออาจจะเป็นผิวขรุขระเหมือนผิวทรายก็ได้

         ชนิดที่บรรจุด้วยน้ำเกลือ นั้น เมื่อแกะจากกล่องออกมาจะเป็นถุงเปล่า ๆ ไม่มีอะไรอยู่ข้างในเลย แต่มีจุ๊บสำหรับการสูบฉีดน้ำเกลือเข้าไป จึงเป็นหน้าที่ของแพทย์ที่จะต้องฉีดน้ำเกลือบริสุทธิ์เข้าไปในถุงให้เต็มตามขนาดที่คุณได้เลือกไว้ ทั้งนี้แพทย์จะพยายามให้มีฟองอากาศน้อยที่สุด

        อีกชนิดหนึ่งที่เป็นซิลิโคนเจลนั้น ตัวถุงและสารที่บรรจุอยู่ข้างในเป็นซิลิโคนเป่าจะบรรจุเสร็จจากโรงงานและผ่านการฆ่าเชื้อเรียบร้อยเปิดห่อแล้วใส่ได้เลย ขนาดที่ต้องการก็แล้วแต่เราจะเลือกใช้ ซึ่งทางผู้ผลิตก็มักจะผลิตขนาดหลากหลายตั้งแต่เล็กไม่กี่ซีซีจนถึงขนาดมหึมาเป็นหลาย ๆ ร้อยซีซีเลย

ข้อแตกต่างของถุงสองชนิดนี้ก็มีเหมือนกันคือ ถุงน้ำเกลือนั้นจะมีความนุ่มเหลวกว่าถุงซิลิโคนอยู่บ้างพอสมควร

        บางคนอาจจะเคยได้ยินมาว่า ทำนมแล้วจะก่อให้เกิดมะเร็งเต้านม หมอขอบอกตรงนี้เลยว่า ปัจจุบันนี้เป็นที่ยอมรับกันแล้วว่า การเสริมหน้าอกไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด (โดยองค์การอาหารและยาของอเมริกาก็ได้รายงานว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกัน)

         เมื่อคุณได้เลือกถุงซิลิโคนตามแบบและขนาดได้ตามต้องการ และคุณเตรียมตัวพร้อมแล้ว ก็มาถึงขั้นตอนการผ่าตัด โดยมากแพทย์มักจะทำการผ่าตัดเสริมเต้านมโดยให้คนไข้ดมยาสลบ เพื่อสะดวกในการผ่าตัด แต่ก็มีเหมือนกันที่ใช้วิธีฉีดยาชาเฉพาะที่ร่วมกับการให้ยาเคลิ้มหลับ แต่ความนิยมน่าจะทำโดยการดมยามากกว่า หลังจากนั้นแพทย์จะผ่าตัดเปิดแผลที่รักแร้ ปานนม หรือใต้ราวนม แล้วแต่ว่าจะตกลงกับคนไข้ว่าอย่างไร โดยทั่วไปปัจจุบันนี้ความนิยมผ่าตัดเข้าทางรักแร้จะมากที่สุดเนื่องจาก สามารถหลีกเลี่ยงแผลบนเนินอกได้ดีกว่า หลังจากนั้นแพทย์จะแหวกเนื้อเต้านมและกล้ามเนื้อแผงหน้าอกให้แยกออกจากกันเป็นช่องกว้างขนาดพอเหมาะที่จะใส่ถุงนมเทียมที่เลือกเอาไว้ได้ เมื่อห้ามเลือดเรียบร้อยแล้ว แพทย์จึงจะค่อย ๆ ใส่ถุงนมเทียมเข้าไปทีละเล็กทีละน้อยจนเข้าไปในช่องจนหมด เมื่อจัดรูปทรงเข้าที่แล้วจึงเย็บแผลปิดด้วยไหมเล็ก ๆ จะเอาแบบละลายหรือไม่ละลายก็ได้ เป็นอันเสร็จพิธี สำหรับบางคนที่มีเนื้อหน้าอกค่อนข้างบางหมออาจจะศัลยกรรมหน้าอกโดยการวางไว้ใต้กล้ามเนื้อแผงอกเพื่อจะได้มีเนื้อคลุมถุงนมเทียมเพิ่มอีกชั้นหนึ่งเป็นสองชั้นก็ได้


        เมื่อการผ่าตัดเป็นที่เรียบร้อย ต่อไปก็เป็นขั้นตอนของการดูแลหลังการผ่าตัด คุณจะต้องนอนพักในโรงพยาบาลประมาณ 1 – 2 วัน เพื่อแพทย์จะได้ดูแลเรื่องอาการปวดบวม รวมทั้งอาการทั่วไป เมื่ออาการทั้งหลายคงที่แล้ว คุณไม่มีปัญหาอะไร ก็กลับบ้านได้ และแพทย์จะนัดมาตรวจหน้าอกและตัดไหมในอีกประมาณ 1 สัปดาห์ แต่การดูแลข้อสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งที่คนไข้ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้คือ การนวดหน้าอก ทั้งนี้เนื่องจากร่างกายจะสร้างพังผืดมาล้อมตัวถุงนมเทียมไว้เสมอ หากถูกล้อมไว้จนแคบเกินไป หน้าอกอาจจะเกิดอาการตึงแข็งได้ หรือบางครั้งมีการบิดเบี้ยวของเต้านม ดังนั้นแพทย์จึงมักจะกำชับ (แกมบังคับ) ให้คุณหมั่นนวดคลึงหน้าอกเพื่อให้ถุงนมนั้นสามารถเคลื่อนไหวได้ตลอดเวลา เป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าวและทำให้เต้านมสวยงามยิ่งขึ้น โดยการนวดนั้นควรทำต่อเนื่องกันอย่างน้อย 6 เดือนถึง 1 ปี เป็นดีที่สุด

          หลังการผ่าตัดไปแล้วในระยะยาว ผู้ที่ได้รับการเสริมเต้านมควรจะหมั่นตรวจดูเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ เพื่อดูลักษณะของเต้านมเช่นเดียวกับสาวทั่วๆไป ทั้งนี้เพื่อจะได้ตรวจดูโรคของเต้านมที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ อีกทั้งดูลักษณะของถุงนมด้วยว่ายังเป็นปกติดีหรือไม่ หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับถุงซิลิโคนที่เสริมนมไว้ก็ควรกลับไปให้แพทย์ตรวจดูเป็นระยะ ๆ (ประมาณทุก 3 – 6 เดือน) เพราะหากมีปัญหาหรือข้อสงสัยการรั่วหรือฉีกขาด แพทย์ก็สามารถส่องตรวจดูสภาพถุงนมเทียมได้แต่ต้องใช้เครื่องมือตรวจพิเศษ เช่น การใช้อัลตร้าซาวน์ หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็ก เป็นต้น

          การดูแลหลังการผ่าตัดที่ดี จะทำให้การปวดบวมหายเร็วขึ้น ถุงนมเทียมอยู่ในสภาพที่เหมาะสม คุณก็จะได้หน้าอกที่สวยและมีขนาดตามต้องการ

           มีหลายคนที่มาปรึกษาหมอแล้วถามว่า คุณหมอขาเสริมหน้าอกแล้วจะมีผลข้างเคียงอะไรมั้ยคะ หมอตอบได้เลยว่า มีครับ ก็เป็นผลข้างเคียงเหมือนการผ่าตัดทั่วไป เช่น เรื่องแผลอักเสบ อาการเจ็บปวดบวมช้ำที่บริเวณหน้าอกในระยะแรก แต่ก็มักจะหายได้ในเวลาไม่นานนัก แล้วที่นอกเหนือจากการผ่าตัดทั่วไปสำหรับการเสริมหน้าอกนั้นยังมีผลข้างเคียงที่สำคัญที่คนไข้ทุกคนควรตระหนักเอาไว้ก่อนการตัดสินใจผ่าตัด ได้แก่

           การตึงแข็งและพังผืดล้อมถุงนมเทียม เป็นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก ทั้งนี้ มีปัจจัยหลายอย่างที่ช่วยสนับสนุนการเกิดของพังผืดนี้ ได้แก่ เทคนิคการผ่าตัดของแพทย์ อาจจะเกิดเลือดออกหรือเลือดคั่งที่โพรงเต้านมเทียม, การเกิดการอักเสบรอบถุงนม, การเลือกขนาดของถุงนมที่ไม่เหมาะสม โดยมากมักจะพบในพวกที่ชอบเสริมหน้าอกให้มีขนาดใหญ่ ๆ มากกว่าการใช้ถุงนมชนิดผิวเรียบสนิท และการดูแลของคนไข้ที่ไม่ดีพอ โดยเฉพาะในช่วงแรก ๆ ของการผ่าตัดซึ่งอย่างที่หมอได้บอกไว้แล้วว่า การนวดที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญมากทีเดียว ที่จะป้องกันผลข้างเคียงประการนี้ได้ ดังนั้นคุณจึงอย่าลืมการนวดเป็นอันขาด

           อาการชาที่ปานนม หัวนม โดยมากมักจะเกิดขึ้นในช่วงระยะแรก ๆ เนื่องจากการเลาะแหวกช่องสำหรับวางถุงนมนั้นอาจจะมีการดึงรั้งเส้นประสาทที่เลี้ยงหัวนมและปานนมได้ แต่มักจะไม่เกิดขึ้นถาวรและจะหายชาได้เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2 – 3 เดือน

            อ่านมาถึงตรงนี้เห็นหมอย้ำเรื่องการนวดหน้าอกเหลือเกินจนบางท่านเกิดความกลัวไม่กล้ามาปรึกษาคุณหมอ ไม่ต้องกลัวครับเพราะการนวดหน้าอกไม่ได้มีอันตรายอะไรแถมยังเป็นวิธีที่มีประโยชน์ช่วยป้องกันการเกิดพังผืด ซึ่งแพทย์จะแนะนำเทคนิคการนวดให้นำไปปฏิบัติ พร้อมทั้งปัจจุบันมีเทคโนโลยีล่าสุดของการเสริมเต้านมที่ไม่ต้องนวด โดยซิลิโคนที่ใช้จะมีทั้งรูป “ทรงกลม” และรูปทรง “หยดน้ำ” ซึ่งเสริมแล้วจะทำให้รูปทรงหน้าอกดูเป็นธรรมชาติ อะฮ้า ตาโตขึ้นมาเลยทีเดียวใช่มั้ย ใครสนใจก็ลองสอบถามกันได้ครับ

        ขอส่งท้ายไว้สักนิดนะครับว่า การเสริมหน้าอก เป็นการผ่าตัดที่นิยมมากอย่างหนึ่งในปัจจุบัน ทั้งนี้ เนื่องจากความรู้และเทคนิคการผ่าตัดรวมทั้งวัสดุที่ใช้เสริมก็ได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้การแก้ไขปมด้อยของสาว ๆ ที่มีหน้าอกเล็กหรือแฟบหลังจากมีบุตรแล้วได้รับการแก้ไขให้กลับไปมีหน้าอกที่ดูดีขึ้นได้อย่างไม่ยาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก่อนจะทำการผ่าตัดใด ๆ ควรศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการศัลยกรรมหน้าอกทั้งก่อนและหลังการผ่าตัดให้ถ่องแท้เสียก่อน รวมทั้งควรรับการผ่าตัดจากแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญ เพื่อจะได้ผลการผ่าตัดที่สมบูรณ์และเต้านมที่สวยงามตามที่ต้องการและมีผลข้างเคียงน้อยที่สุดครับ ในเวลาเพียงไม่นาน หน้าอกสวยที่คุณถวิลหาก็จะเป็นของคุณ ทีนี้จะสายเดี่ยวจะเกาะอกคุณก็สามารถใส่ได้แล้วละครับ

    *ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงไปตามบุคคล

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ผ่านช่องทางไลน์ >>เพิ่มเพื่อน

เสริมหน้าอกมาแล้ว พบว่าหน้าอกข้างหนึ่งนิ่ม ข้างหนึ่งแข็ง จะเป็นอะไรหรือไม่ และต้องทำอย่างไร
หลังการผ่าตัดหากยังไม่ครบ 1 เดือน ให้นวดคลึงบริเวณหน้าอกเพื่อลดความแข็งตัวของเต้านม แต่ถ้าเกิน 6 เดือนไปแล้วหน้าอกยังแข็ง ต้องมาพบแพทย์เพื่อทำการผ่าตัดพังผืดออก
   
  ----------------------------------------------------
เสริมหน้าอกแล้วสามารถให้นมบุตรได้หรือไม่
หลังการเสริมหน้าอก สามารถให้นมบุตรได้ตามปกติ เนื่องจากไม่ได้ผ่าตัดบริเวณท่อน้ำนม และท่อน้ำนมยังคงผลิตน้ำนมได้ตามปกติ
  ----------------------------------------------------
ซิลิโคนเสริมหน้าอกมีกี่แบบ
ซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมหน้าอกมี 2 แบบ คือ • ซิลิโคนทรงกลม เหมาะกับคนที่ต้องการเสริมหน้าอกขนาดใหญ่ หลังเสริมจะไม่เกิดการหมุนผิดรูปของซิลิโคน คนไข้ต้องนวดหน้าอก เพื่อป้องกันการเกิดพังผืดหดรัดถุงซิลิโคน • ซิลิโคนทรงหยดน้ำ เหมาะกับคนที่ไม่ต้องการหน้าอกใหญ่มาก หลังเสริมจะได้หน้าอกที่ดูเป็นธรรมชาติ คนไข้ไม่ต้องนวดเต้านมหรือนวดบ้างเล็กน้อย เพราะการนวดผิดวิธีอาจเสี่ยงที่เต้านมจะบิดเบี้ยวผิดรูปได้
  ----------------------------------------------------
ในการเสริมหน้าอก แพทย์จะใส่ซิลิโคนเข้าทางไหน
โดยปกติ ในการเสริมหน้าอกแพทย์จะเปิดแผลผ่าตัดเพื่อใส่ซิลิโคน 3 ตำแหน่ง ดังนี้ • บริเวณรักแร้ • บริเวณปานนม • บริเวณฐานนม แต่ส่วนใหญ่คนไทยและคนเอเชียมักนิยมผ่าตัดที่บริเวณรักแร้ เนื่องจากสามารถซ่อนรอยแผลได้ดี เริ่มนวดหน้าอกได้เร็ว และแผลจะหายเร็วและสวยกว่าผ่าตัดเข้าทางอื่น
  ----------------------------------------------------
การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนจะก่อให้เกิดโรคมะเร็งเต้านมหรือไม่
การเสริมหน้าอกไม่ได้เป็นตัวกระตุ้นหรือก่อให้เกิดมะเร็งเต้านมแต่อย่างใด เพราะซิลิโคนที่ใช้ในการเสริมหน้าอกนั้นได้ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) แล้วว่ามีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกาย
  ----------------------------------------------------
ถุงซิลิโคนมีอายุการใช้งานเท่าไหร่
โดยทั่วไป อายุการใช้งานของซิลิโคนจะประมาณ 10 ปีขึ้นไป แต่มิได้หมายความว่าเมื่อเสริมไปแล้ว 10 ปี จะต้องเปลี่ยนถุงใหม่ทุกราย ถ้าลูกค้าไม่พบปัญหาหรืออาการผิดปกติใดๆ บางคนอยู่ได้ตลอดชีวิตโดยไม่ต้องแก้ไขก็มี อย่างไรก็ตาม ควรมาตรวจเช็คเป็นระยะ ส่วนใหญ่หลังเสริมหน้าอกไปได้ 10 ปี แพทย์จะแนะนำตรวจแมมโมแกรม เพื่อดูว่าซิลิโคนยังอยู่ปกติดีหรือไม่ ส่วนการสังเกตว่าซิลิโคนหมดอายุหรือไม่ให้ดูดังนี้ เริ่มแรกหน้าอกจะนิ่มมาก นาน ๆ ไปจะค่อยๆ แข็งเป็นก้อน ถ้ามีอาการดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์
  ----------------------------------------------------
ถ้าต้องการขนาดหน้าอกที่ใหญ่สามารถทำได้หรือไม่
ในการเสริมหน้าอก จะเสริมได้ใหญ่เพียงใดหรือใส่ซิลิโคนได้สูงสุดกี่ซีซี แพทย์จะพิจารณาจากพื้นที่ และเนื้อบริเวณหน้าอกของลูกค้า ในกรณีที่ต้องการเสริมหน้าอกขนาดใหญ่ ถ้าพื้นที่ และเนื้อบริเวณหน้าอกมีมากก็สามารถเสริมขนาดใหญ่ได้ อย่างไรก็ตาม การทำขนาดใหญ่เกินไป อาจทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ หรือเห็นขอบของซิลิโคนได้
  ----------------------------------------------------
หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอกจะมีอาการบวมมากหรือไม่
หลังการผ่าตัดจะมีอาการบวมประมาณ 1 เดือน และจะเริ่มยุบลงจนเข้าที่ประมาณ 3-6 เดือน
  ----------------------------------------------------
การเสริมหน้าอกจะช่วยในเรื่องของหน้าอกหย่อนยานหรือไม่
ในกรณีที่หน้าอกหย่อนยานไม่มาก การเสริมด้วยถุงซิลิโคนสามารถดันให้เต้านมตั้งขึ้นได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าหน้าอกหย่อนยานมาก การเสริมหน้าอกไม่สามารถช่วยได้ ควรผ่าตัดเสริมพร้อมยกกระชับหน้าอกจะได้ผลดีที่สุด
  ----------------------------------------------------
เสริมหน้าอกไปแล้วประมาณกี่ปีจึงจะต้องมาทำการแก้ไขหน้าอกใหม่
โดยทั่วไปอายุการใช้งานของซิลิโคนจะประมาณ 10 ปีขึ้นไป แต่ถ้าไม่พบปัญหาอะไรสามารถอยู่ได้ตลอดชีวิตโดยไม่ต้องแก้ไขอะไร อย่างไรก็ตาม แพทย์จะแนะนำให้มาตรวจเช็คเป็นระยะเพื่อดูว่าซิลิโคนยังอยู่ปกติดีหรือไม่
  ----------------------------------------------------
เสริมหน้าอกโดยวางซิลิโคนบนชั้นกล้ามเนื้อกับใต้กล้ามเนื้อ แบบไหนดีกว่ากัน
ดีทั้งสองแบบ แต่แพทย์จะเลือกวางแบบไหนขึ้นกับลักษณะเต้านมของลูกค้า เช่น มีเนื้อเต้านมหรือไขมันใต้ผิวหนังบริเวณอกมากน้อยเพียงใด, กล้ามเนื้อแข็งแรงหรือไม่ เป็นต้น
  ----------------------------------------------------
หากมีขนาดหน้าอกสองข้างไม่เท่ากัน การเสริมหน้าอกจะช่วยแก้ไขหน้าอกให้เท่ากันได้หรือไม่
ปกติตามธรรมชาติผู้หญิงมีขนาดหน้าอกไม่เท่ากันอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้แตกต่างจนเห็นชัดเจนก็ไม่ต้องแก้ไขอะไร แต่ถ้าเห็นชัดเจนแล้วต้องการแก้ไข การเสริมอกสามารถทำให้หน้าอกมีขนาดใกล้เคียงกันได้
  ----------------------------------------------------
การเสริมหน้าอกมีโอกาสที่ซิลิโคนจะแตกหรือไม่
ปัจจุบัน โรงพยาบาลยันฮี ใช้ซิลิโคนเสริมหน้าอกที่มีคุณภาพสูง โดยเจลที่อยู่ภายในถุงซิลิโคนมีความหนาแน่นสูง โมเลกุลยึดเกาะกันได้ดี จึงไม่มีโอกาสที่จะรั่วซึมหรือแตกไหลไปสัมผัสกับเนื้อเยื่อของร่างกาย
  ----------------------------------------------------
หลังเสริมหน้าอก สามีสามารถจับหน้าอกได้เมื่อไหร่
หากแผลผ่าตัดหายสนิท และไม่มีอาการเจ็บใดๆ ก็สามารถจับหน้าอกได้ตามปกติ
  ----------------------------------------------------